ภาษีบริษัทไม่ได้คิดจากยอดขายโดยตรง แต่เริ่มจากกำไรและต้องปรับรายการตามหลักภาษีก่อนคำนวณ
วิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทต้องเสียภาษีอย่างไร
ภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นภาษีสำคัญสำหรับบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด และนิติบุคคลที่อยู่ในหลักเกณฑ์ ผู้ประกอบการจำนวนมากเข้าใจว่าเพียงนำรายได้หักค่าใช้จ่ายแล้วคูณอัตราภาษีก็เสร็จ แต่ในทางปฏิบัติยังต้องตรวจว่ารายได้และค่าใช้จ่ายแต่ละรายการเป็นไปตามเงื่อนไขทางภาษีหรือไม่
กำไรในงบการเงินกับกำไรที่ใช้คำนวณภาษีจึงอาจไม่เท่ากัน เพราะบางรายการต้องบวกกลับ บางรายการมีสิทธิหักเพิ่ม และบางรายการอาจได้รับยกเว้นตามกฎหมาย
บทความนี้สรุปตั้งแต่ฐานภาษี วิธีคิดกำไรสุทธิ ภ.ง.ด.51 ภ.ง.ด.50 อัตราภาษี และตัวอย่างคำนวณในภาษาที่เจ้าของกิจการอ่านเข้าใจได้ง่าย

ภาษีเงินได้นิติบุคคลคืออะไร
ภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นภาษีที่จัดเก็บจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามฐานภาษีและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยกิจการทั่วไปที่เสียภาษีจากฐานกำไรสุทธิ จะต้องคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีของรอบบัญชีแล้วนำไปคำนวณภาษีตามอัตราที่เกี่ยวข้อง
ผู้มีหน้าที่ในกลุ่มที่พบได้บ่อย ได้แก่ บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด และห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ส่วนกิจการบางประเภทอาจใช้ฐานภาษีหรือหลักเกณฑ์เฉพาะ จึงไม่ควรนำสูตรทั่วไปไปใช้กับทุกกรณีโดยไม่ตรวจสอบ
ภาษีนิติบุคคลคิดจากยอดขายหรือกำไร
สำหรับบริษัททั่วไปที่เสียภาษีจากฐานกำไรสุทธิ จุดเริ่มต้นคือผลประกอบการของกิจการ แต่ตัวเลขที่ใช้คำนวณภาษีไม่จำเป็นต้องเท่ากับ “กำไรสุทธิทางบัญชี” โดยตรง
แนวคิดง่าย ๆ คือ
กำไรทางบัญชี
+ รายจ่ายที่ภาษีไม่ให้หักหรือให้หักไม่ครบ
− รายการที่ได้รับยกเว้นหรือมีสิทธิหักเพิ่มตามหลักเกณฑ์
= กำไรสุทธิทางภาษี
เมื่อได้กำไรสุทธิทางภาษีแล้วจึงนำไปคำนวณตามอัตราภาษีที่กิจการมีสิทธิใช้ ดังนั้นการบันทึกบัญชีให้ถูกอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ ต้องตรวจเงื่อนไขทางภาษีควบคู่กันด้วย
กำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษีต่างกันอย่างไร
กำไรทางบัญชีเกิดจากการบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายตามหลักบัญชี ส่วนกำไรทางภาษีต้องปรับข้อมูลดังกล่าวให้เป็นไปตามเงื่อนไขของประมวลรัษฎากร
ตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายบางรายการอาจบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในบัญชีได้ แต่ถ้าไม่มีหลักฐานเหมาะสม ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ หรือเข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้าม ก็อาจต้องนำกลับมารวมเพื่อคำนวณกำไรทางภาษี
นี่เป็นสาเหตุที่บริษัทบางแห่งมีกำไรในงบจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อคำนวณภาษีแล้วกำไรทางภาษีสูงกว่าตัวเลขในงบ
.jpg)
รายได้ที่ใช้คำนวณภาษีต้องตรวจอะไรบ้าง
รายได้ของกิจการควรตรวจให้ครบว่ามีทั้งรายได้จากการขายสินค้า ให้บริการ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม รายได้อื่น หรือรายการที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของบริษัทหรือไม่
ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือกิจการรับเงินเข้าบัญชีหลายช่องทาง แต่เอกสารขายและบัญชีไม่ได้เชื่อมกัน ทำให้ยอดรายได้ในระบบไม่ตรงกับเงินรับจริง หรือมีรายการโอนระหว่างบัญชีที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นรายได้
หากต้องการให้ข้อมูลรายเดือนต่อเนื่องจนถึงการคำนวณภาษีปลายปี สามารถดู บริการรับทำบัญชี
ค่าใช้จ่ายแบบไหนควรระวังก่อนนำมาหักภาษี
หลักสำคัญคือค่าใช้จ่ายควรเกี่ยวข้องกับกิจการ มีเหตุผลทางธุรกิจ และมีหลักฐานที่เหมาะสม ไม่ควรมองว่าเงินทุกก้อนที่บริษัทจ่ายออกสามารถนำมาลดกำไรทางภาษีได้ทั้งหมด
หากไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ ไม่ควรนำมาปะปนกับค่าใช้จ่ายของบริษัท
ควรตรวจใบเสร็จ ใบกำกับภาษี สัญญา หรือหลักฐานการจ่ายให้สัมพันธ์กับรายการจริง
รายการที่อธิบายความเกี่ยวข้องกับกิจการไม่ได้ อาจมีความเสี่ยงเมื่อคำนวณกำไรทางภาษี
บางรายการมีเงื่อนไขหรือเพดานการหัก ต้องตรวจหลักเกณฑ์ก่อนนำมาคำนวณ
อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลทั่วไป
สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไปที่เสียภาษีจากกำไรสุทธิ อัตราภาษีโดยทั่วไปคือ 20% ของกำไรสุทธิทางภาษี ทั้งนี้ต้องตรวจว่ากิจการมีสิทธิใช้อัตราพิเศษหรือมาตรการเฉพาะใดหรือไม่
หากบริษัททั่วไปมีกำไรสุทธิทางภาษี 1,000,000 บาท และไม่มีอัตราพิเศษอื่นที่เกี่ยวข้อง ภาษีตามตัวอย่างพื้นฐานจะเป็นประมาณ 200,000 บาท ก่อนหักเครดิตภาษีหรือภาษีที่ชำระไว้ล่วงหน้าที่ใช้สิทธิได้
อย่ารีบคูณ 20% ก่อนตรวจกำไรทางภาษี
จุดที่ผิดบ่อยมักอยู่ที่รายได้ ค่าใช้จ่าย และรายการปรับปรุงก่อนถึงขั้นคำนวณอัตราภาษี
โทร 097-236-2994LINE: p2paccSME บางแห่งใช้อัตราภาษีแบบขั้นบันไดได้
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เข้าเงื่อนไข SME ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ต้องตรวจทั้งทุนชำระแล้วและรายได้ของกิจการก่อนใช้สิทธิ
กำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาท — ได้รับยกเว้น
ส่วนที่เกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 3,000,000 บาท — 15%
ส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท — 20%
ตามข้อมูลอัตราภาษีของกรมสรรพากร เงื่อนไข SME ที่ใช้หลักเกณฑ์นี้เกี่ยวข้องกับทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าและให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อรอบบัญชี จึงควรตรวจคุณสมบัติของกิจการก่อนนำอัตรามาใช้

ตัวอย่างคำนวณภาษี SME แบบง่าย
สมมติบริษัทเข้าเงื่อนไข SME และมีกำไรสุทธิทางภาษี 2,000,000 บาท
กำไร 300,000 บาทแรก → ยกเว้นภาษี
กำไรส่วนที่เหลือ 1,700,000 บาท → คำนวณ 15%
ภาษีตามตัวอย่าง = 255,000 บาท
ตัวอย่างนี้ใช้เพื่ออธิบายหลักการเบื้องต้น ยังไม่รวมเครดิตภาษี ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีครึ่งปี หรือรายการปรับปรุงเฉพาะกิจการ
ภ.ง.ด.51 คือภาษีครึ่งรอบบัญชี
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบ 6 เดือนแรก ของรอบระยะเวลาบัญชี
สำหรับกิจการทั่วไป วิธีที่พบได้บ่อยคือประมาณการกำไรสุทธิของทั้งรอบบัญชี แล้วนำกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิมาคำนวณภาษี ภาษีที่ชำระไว้ครึ่งรอบสามารถนำไปเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีสิ้นรอบได้
หากต้องการอ่านเรื่องนี้โดยเฉพาะ สามารถดู ภ.ง.ด.51 ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี เพื่อไม่ให้หน้านี้แย่งคีย์เฉพาะของ ภ.ง.ด.51
รอบบัญชีแรกไม่ถึง 12 เดือน ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 หรือไม่
กรมสรรพากรมีคำอธิบายว่า หากรอบระยะเวลาบัญชีแรกหรือรอบสุดท้ายมีระยะเวลาน้อยกว่า 12 เดือน จะไม่มีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.51 สำหรับรอบดังกล่าว ดังนั้นบริษัทเปิดใหม่ควรตรวจวันเริ่มและวันสิ้นรอบบัญชีให้ชัดก่อนนับกำหนด
ภ.ง.ด.50 คือภาษีสิ้นรอบบัญชี
เมื่อสิ้นรอบบัญชี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องนำกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงมาปรับปรุงตามเงื่อนไขทางภาษี และยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 พร้อมชำระภาษีถ้ามี
กำหนดเวลายื่นคือ ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี และต้องยื่นเป็นประจำทุกรอบบัญชี แม้ในรอบนั้นไม่มีรายได้ก็ตาม
หากต้องการดูความเชื่อมโยงกับการปิดบัญชีและงบการเงิน สามารถอ่าน ปิดบัญชีบริษัทภายในกี่เดือน
.jpg)
ภาษีครึ่งปีที่จ่ายไว้หายไปไหน
ภาษีที่ชำระไว้จาก ภ.ง.ด.51 ไม่ได้ถือเป็นภาษีแยกขาดจากภาษีสิ้นปี แต่สามารถนำไปเป็นเครดิตหักออกจากภาษีที่คำนวณได้เมื่อยื่น ภ.ง.ด.50 ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้นเมื่อคำนวณภาษีปลายปีควรตรวจเครดิตทั้งหมดให้ครบ ทั้งภาษีครึ่งปีและภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่สามารถนำมาใช้ได้ เพื่อไม่ให้ชำระภาษีซ้ำเกินความจำเป็น
บริษัทขาดทุนต้องเสียภาษีหรือไม่
หากคำนวณตามเงื่อนไขภาษีแล้วไม่มี “กำไรสุทธิทางภาษี” ก็อาจไม่มีภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิที่ต้องชำระสำหรับรอบนั้น
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ขาดทุนทางบัญชี” ไม่ได้หมายความว่าจะขาดทุนทางภาษีเสมอ เพราะยังต้องตรวจรายจ่ายต้องห้ามและรายการปรับปรุงอื่นก่อน และบริษัทก็ยังมีหน้าที่จัดทำบัญชี งบการเงิน และยื่นแบบตามกำหนด
กำไรในงบไม่เท่ากับกำไรทางภาษี?
ก่อนยื่น ภ.ง.ด.50 ควรตรวจรายได้ ค่าใช้จ่าย รายการบวกกลับ เครดิตภาษี และอัตราที่กิจการมีสิทธิใช้ให้ครบ
โทร 097-236-2994LINE: p2paccตัวอย่างคำนวณจากกำไรบัญชีไปเป็นกำไรทางภาษี
สมมติบริษัทมีกำไรทางบัญชี 1,200,000 บาท แต่ระหว่างตรวจพบว่ามีค่าใช้จ่าย 100,000 บาทที่ไม่เข้าเงื่อนไขนำมาหักทางภาษี
กำไรทางบัญชี 1,200,000 บาท
บวกกลับรายจ่าย 100,000 บาท
กำไรสุทธิทางภาษี = 1,300,000 บาท
หลังจากนั้นจึงนำ 1,300,000 บาทไปคำนวณตามอัตราภาษีที่บริษัทมีสิทธิใช้
ตัวอย่างนี้ช่วยให้เห็นว่าจุดสำคัญไม่ได้อยู่แค่การคูณอัตราภาษี แต่คือการหาฐานกำไรทางภาษีให้ถูกต้องก่อน
วางแผนภาษีควรเริ่มก่อนสิ้นปี
การวางแผนภาษีไม่ได้หมายถึงการหลีกเลี่ยงภาษี แต่คือการตรวจรายได้ ค่าใช้จ่าย เอกสาร สิทธิประโยชน์ และโครงสร้างการดำเนินงานให้ถูกต้องตั้งแต่ระหว่างปี
หากรอจนปิดงบแล้วจึงตรวจ อาจพบว่าค่าใช้จ่ายไม่มีเอกสาร รายการบางอย่างบันทึกผิด หรือพลาดสิทธิที่ควรวางแผนก่อนเกิดรายการ ผู้ประกอบการที่ต้องการจัดระบบล่วงหน้าสามารถดู บริการวางแผนภาษี
ยื่นภาษีช้าหรือคำนวณผิดมีผลอย่างไร
การยื่นแบบเกินกำหนดหรือชำระภาษีไม่ครบอาจทำให้เกิดค่าปรับ เงินเพิ่ม หรือภาระจากการตรวจสอบภายหลัง รายละเอียดขึ้นอยู่กับลักษณะการผิดนัดและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
ดังนั้นหากพบว่ารายการยังไม่ครบ ไม่ควรรอจนวันสุดท้าย ควรตรวจบัญชี เอกสาร และภาษีล่วงหน้า โดยเฉพาะบริษัทที่มีรายการจำนวนมากหรือมีธุรกรรมหลายประเภท
ผู้ประกอบการที่ต้องการดูภาพรวมเรื่องค่าปรับและเงินเพิ่มสามารถอ่าน เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาษีย้อนหลัง
ระบบบัญชีที่ดีช่วยให้คำนวณภาษีง่ายขึ้น
ถ้ารายรับ รายจ่าย ลูกหนี้ เจ้าหนี้ ภาษีซื้อ ภาษีขาย และเอกสารถูกจัดเป็นระบบตั้งแต่รายเดือน งานคำนวณภาษีครึ่งปีและปลายปีจะลดความซับซ้อนลงมาก
ธุรกิจที่กำลังโตและมีรายการจำนวนมากสามารถดู บริการวางระบบบัญชี เพื่อเชื่อมงานบัญชีเข้ากับข้อมูลที่ใช้คำนวณภาษี
คำถามที่พบบ่อย
ภาษีเงินได้นิติบุคคลคิดจากยอดขายหรือกำไร?
สำหรับบริษัททั่วไปที่เสียภาษีจากฐานกำไรสุทธิ จะใช้กำไรสุทธิทางภาษีเป็นฐาน ไม่ได้นำยอดขายทั้งหมดไปคูณอัตราภาษีโดยตรง
กำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษีเหมือนกันหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน เพราะรายได้และค่าใช้จ่ายบางรายการต้องปรับปรุงตามเงื่อนไขของประมวลรัษฎากรก่อนคำนวณภาษี
ภ.ง.ด.51 ต้องยื่นเมื่อไร?
โดยทั่วไปยื่นภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี
ภ.ง.ด.50 ต้องยื่นเมื่อไร?
ต้องยื่นภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี และต้องยื่นตามหน้าที่แม้ไม่มีรายได้
บริษัทขาดทุนต้องเสียภาษีหรือไม่?
ต้องตรวจจากกำไรสุทธิทางภาษี ไม่ใช่ดูเพียงขาดทุนทางบัญชี หากปรับปรุงตามเงื่อนไขแล้วไม่มีฐานกำไรสุทธิ ก็อาจไม่มีภาษีจากกำไรสุทธิที่ต้องชำระ แต่ยังมีหน้าที่ยื่นแบบตามกฎหมาย
สรุป คำนวณภาษีนิติบุคคลให้ถูก ต้องเริ่มจากฐานภาษีที่ถูก
วิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลไม่ได้เริ่มจากการนำยอดขายไปคูณอัตราภาษี แต่ต้องเริ่มจากกำไรทางบัญชี ตรวจรายได้และค่าใช้จ่าย แล้วปรับปรุงให้เป็นกำไรสุทธิทางภาษีก่อน
หลังจากนั้นจึงพิจารณาอัตราภาษี เครดิตภาษี ภ.ง.ด.51 และภาษีที่ถูกหักไว้ เพื่อคำนวณยอดที่ต้องชำระจริงใน ภ.ง.ด.50 การทำบัญชีให้ครบตั้งแต่ระหว่างปีจึงช่วยลดความผิดพลาดตอนคำนวณภาษีได้มาก
ต้องการตรวจภาษีบริษัทก่อนยื่นแบบ?
สำนักงานบัญชี พีทูพีช่วยดูบัญชี รายได้ ค่าใช้จ่าย รายการปรับปรุง และภาษีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลก่อนยื่นแบบเป็นระบบและตรวจสอบได้
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc