views

ภาษีบริษัทไม่ได้คิดจากยอดขายโดยตรง แต่เริ่มจากกำไรและต้องปรับรายการตามหลักภาษีก่อนคำนวณ

วิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทต้องเสียภาษีอย่างไร

ภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นภาษีสำคัญสำหรับบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด และนิติบุคคลที่อยู่ในหลักเกณฑ์ ผู้ประกอบการจำนวนมากเข้าใจว่าเพียงนำรายได้หักค่าใช้จ่ายแล้วคูณอัตราภาษีก็เสร็จ แต่ในทางปฏิบัติยังต้องตรวจว่ารายได้และค่าใช้จ่ายแต่ละรายการเป็นไปตามเงื่อนไขทางภาษีหรือไม่

กำไรในงบการเงินกับกำไรที่ใช้คำนวณภาษีจึงอาจไม่เท่ากัน เพราะบางรายการต้องบวกกลับ บางรายการมีสิทธิหักเพิ่ม และบางรายการอาจได้รับยกเว้นตามกฎหมาย

บทความนี้สรุปตั้งแต่ฐานภาษี วิธีคิดกำไรสุทธิ ภ.ง.ด.51 ภ.ง.ด.50 อัตราภาษี และตัวอย่างคำนวณในภาษาที่เจ้าของกิจการอ่านเข้าใจได้ง่าย

✓ เริ่มจากกำไรทางบัญชี แล้วปรับเป็นกำไรสุทธิทางภาษี
✓ ภ.ง.ด.51 เป็นภาษีครึ่งรอบ ส่วน ภ.ง.ด.50 เป็นภาษีสิ้นรอบ
✓ อัตราภาษีต้องดูประเภทและคุณสมบัติของกิจการก่อนคำนวณ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc
วิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีเงินได้นิติบุคคลคืออะไร

ภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นภาษีที่จัดเก็บจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามฐานภาษีและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยกิจการทั่วไปที่เสียภาษีจากฐานกำไรสุทธิ จะต้องคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีของรอบบัญชีแล้วนำไปคำนวณภาษีตามอัตราที่เกี่ยวข้อง

ผู้มีหน้าที่ในกลุ่มที่พบได้บ่อย ได้แก่ บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด และห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ส่วนกิจการบางประเภทอาจใช้ฐานภาษีหรือหลักเกณฑ์เฉพาะ จึงไม่ควรนำสูตรทั่วไปไปใช้กับทุกกรณีโดยไม่ตรวจสอบ

ภาษีนิติบุคคลคิดจากยอดขายหรือกำไร

สำหรับบริษัททั่วไปที่เสียภาษีจากฐานกำไรสุทธิ จุดเริ่มต้นคือผลประกอบการของกิจการ แต่ตัวเลขที่ใช้คำนวณภาษีไม่จำเป็นต้องเท่ากับ “กำไรสุทธิทางบัญชี” โดยตรง

แนวคิดง่าย ๆ คือ
กำไรทางบัญชี
+ รายจ่ายที่ภาษีไม่ให้หักหรือให้หักไม่ครบ
− รายการที่ได้รับยกเว้นหรือมีสิทธิหักเพิ่มตามหลักเกณฑ์
= กำไรสุทธิทางภาษี

เมื่อได้กำไรสุทธิทางภาษีแล้วจึงนำไปคำนวณตามอัตราภาษีที่กิจการมีสิทธิใช้ ดังนั้นการบันทึกบัญชีให้ถูกอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ ต้องตรวจเงื่อนไขทางภาษีควบคู่กันด้วย

กำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษีต่างกันอย่างไร

กำไรทางบัญชีเกิดจากการบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายตามหลักบัญชี ส่วนกำไรทางภาษีต้องปรับข้อมูลดังกล่าวให้เป็นไปตามเงื่อนไขของประมวลรัษฎากร

ตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายบางรายการอาจบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในบัญชีได้ แต่ถ้าไม่มีหลักฐานเหมาะสม ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ หรือเข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้าม ก็อาจต้องนำกลับมารวมเพื่อคำนวณกำไรทางภาษี

นี่เป็นสาเหตุที่บริษัทบางแห่งมีกำไรในงบจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อคำนวณภาษีแล้วกำไรทางภาษีสูงกว่าตัวเลขในงบ

กำไรทางบัญชีและกำไรสุทธิทางภาษี

รายได้ที่ใช้คำนวณภาษีต้องตรวจอะไรบ้าง

รายได้ของกิจการควรตรวจให้ครบว่ามีทั้งรายได้จากการขายสินค้า ให้บริการ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม รายได้อื่น หรือรายการที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของบริษัทหรือไม่

ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือกิจการรับเงินเข้าบัญชีหลายช่องทาง แต่เอกสารขายและบัญชีไม่ได้เชื่อมกัน ทำให้ยอดรายได้ในระบบไม่ตรงกับเงินรับจริง หรือมีรายการโอนระหว่างบัญชีที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นรายได้

หากต้องการให้ข้อมูลรายเดือนต่อเนื่องจนถึงการคำนวณภาษีปลายปี สามารถดู บริการรับทำบัญชี

ค่าใช้จ่ายแบบไหนควรระวังก่อนนำมาหักภาษี

หลักสำคัญคือค่าใช้จ่ายควรเกี่ยวข้องกับกิจการ มีเหตุผลทางธุรกิจ และมีหลักฐานที่เหมาะสม ไม่ควรมองว่าเงินทุกก้อนที่บริษัทจ่ายออกสามารถนำมาลดกำไรทางภาษีได้ทั้งหมด

ค่าใช้จ่ายส่วนตัว

หากไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ ไม่ควรนำมาปะปนกับค่าใช้จ่ายของบริษัท

เอกสารไม่ครบ

ควรตรวจใบเสร็จ ใบกำกับภาษี สัญญา หรือหลักฐานการจ่ายให้สัมพันธ์กับรายการจริง

ค่าใช้จ่ายไม่สัมพันธ์กับธุรกิจ

รายการที่อธิบายความเกี่ยวข้องกับกิจการไม่ได้ อาจมีความเสี่ยงเมื่อคำนวณกำไรทางภาษี

รายการที่มีกฎเฉพาะ

บางรายการมีเงื่อนไขหรือเพดานการหัก ต้องตรวจหลักเกณฑ์ก่อนนำมาคำนวณ

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลทั่วไป

สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไปที่เสียภาษีจากกำไรสุทธิ อัตราภาษีโดยทั่วไปคือ 20% ของกำไรสุทธิทางภาษี ทั้งนี้ต้องตรวจว่ากิจการมีสิทธิใช้อัตราพิเศษหรือมาตรการเฉพาะใดหรือไม่

ตัวอย่าง

หากบริษัททั่วไปมีกำไรสุทธิทางภาษี 1,000,000 บาท และไม่มีอัตราพิเศษอื่นที่เกี่ยวข้อง ภาษีตามตัวอย่างพื้นฐานจะเป็นประมาณ 200,000 บาท ก่อนหักเครดิตภาษีหรือภาษีที่ชำระไว้ล่วงหน้าที่ใช้สิทธิได้

อย่ารีบคูณ 20% ก่อนตรวจกำไรทางภาษี

จุดที่ผิดบ่อยมักอยู่ที่รายได้ ค่าใช้จ่าย และรายการปรับปรุงก่อนถึงขั้นคำนวณอัตราภาษี

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

SME บางแห่งใช้อัตราภาษีแบบขั้นบันไดได้

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เข้าเงื่อนไข SME ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ต้องตรวจทั้งทุนชำระแล้วและรายได้ของกิจการก่อนใช้สิทธิ

กำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาท — ได้รับยกเว้น

ส่วนที่เกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 3,000,000 บาท — 15%

ส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท — 20%

ตามข้อมูลอัตราภาษีของกรมสรรพากร เงื่อนไข SME ที่ใช้หลักเกณฑ์นี้เกี่ยวข้องกับทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าและให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อรอบบัญชี จึงควรตรวจคุณสมบัติของกิจการก่อนนำอัตรามาใช้

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล SME

ตัวอย่างคำนวณภาษี SME แบบง่าย

สมมติบริษัทเข้าเงื่อนไข SME และมีกำไรสุทธิทางภาษี 2,000,000 บาท

กำไร 300,000 บาทแรก → ยกเว้นภาษี

กำไรส่วนที่เหลือ 1,700,000 บาท → คำนวณ 15%

ภาษีตามตัวอย่าง = 255,000 บาท

ตัวอย่างนี้ใช้เพื่ออธิบายหลักการเบื้องต้น ยังไม่รวมเครดิตภาษี ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีครึ่งปี หรือรายการปรับปรุงเฉพาะกิจการ

ภ.ง.ด.51 คือภาษีครึ่งรอบบัญชี

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบ 6 เดือนแรก ของรอบระยะเวลาบัญชี

สำหรับกิจการทั่วไป วิธีที่พบได้บ่อยคือประมาณการกำไรสุทธิของทั้งรอบบัญชี แล้วนำกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิมาคำนวณภาษี ภาษีที่ชำระไว้ครึ่งรอบสามารถนำไปเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีสิ้นรอบได้

หากต้องการอ่านเรื่องนี้โดยเฉพาะ สามารถดู ภ.ง.ด.51 ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี เพื่อไม่ให้หน้านี้แย่งคีย์เฉพาะของ ภ.ง.ด.51

รอบบัญชีแรกไม่ถึง 12 เดือน ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 หรือไม่

กรมสรรพากรมีคำอธิบายว่า หากรอบระยะเวลาบัญชีแรกหรือรอบสุดท้ายมีระยะเวลาน้อยกว่า 12 เดือน จะไม่มีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.51 สำหรับรอบดังกล่าว ดังนั้นบริษัทเปิดใหม่ควรตรวจวันเริ่มและวันสิ้นรอบบัญชีให้ชัดก่อนนับกำหนด

ภ.ง.ด.50 คือภาษีสิ้นรอบบัญชี

เมื่อสิ้นรอบบัญชี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องนำกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงมาปรับปรุงตามเงื่อนไขทางภาษี และยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 พร้อมชำระภาษีถ้ามี

กำหนดเวลายื่นคือ ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี และต้องยื่นเป็นประจำทุกรอบบัญชี แม้ในรอบนั้นไม่มีรายได้ก็ตาม

หากต้องการดูความเชื่อมโยงกับการปิดบัญชีและงบการเงิน สามารถอ่าน ปิดบัญชีบริษัทภายในกี่เดือน

ภงด50 และภงด51 ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีครึ่งปีที่จ่ายไว้หายไปไหน

ภาษีที่ชำระไว้จาก ภ.ง.ด.51 ไม่ได้ถือเป็นภาษีแยกขาดจากภาษีสิ้นปี แต่สามารถนำไปเป็นเครดิตหักออกจากภาษีที่คำนวณได้เมื่อยื่น ภ.ง.ด.50 ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นเมื่อคำนวณภาษีปลายปีควรตรวจเครดิตทั้งหมดให้ครบ ทั้งภาษีครึ่งปีและภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่สามารถนำมาใช้ได้ เพื่อไม่ให้ชำระภาษีซ้ำเกินความจำเป็น

บริษัทขาดทุนต้องเสียภาษีหรือไม่

หากคำนวณตามเงื่อนไขภาษีแล้วไม่มี “กำไรสุทธิทางภาษี” ก็อาจไม่มีภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิที่ต้องชำระสำหรับรอบนั้น

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ขาดทุนทางบัญชี” ไม่ได้หมายความว่าจะขาดทุนทางภาษีเสมอ เพราะยังต้องตรวจรายจ่ายต้องห้ามและรายการปรับปรุงอื่นก่อน และบริษัทก็ยังมีหน้าที่จัดทำบัญชี งบการเงิน และยื่นแบบตามกำหนด

กำไรในงบไม่เท่ากับกำไรทางภาษี?

ก่อนยื่น ภ.ง.ด.50 ควรตรวจรายได้ ค่าใช้จ่าย รายการบวกกลับ เครดิตภาษี และอัตราที่กิจการมีสิทธิใช้ให้ครบ

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

ตัวอย่างคำนวณจากกำไรบัญชีไปเป็นกำไรทางภาษี

สมมติบริษัทมีกำไรทางบัญชี 1,200,000 บาท แต่ระหว่างตรวจพบว่ามีค่าใช้จ่าย 100,000 บาทที่ไม่เข้าเงื่อนไขนำมาหักทางภาษี

กำไรทางบัญชี 1,200,000 บาท

บวกกลับรายจ่าย 100,000 บาท

กำไรสุทธิทางภาษี = 1,300,000 บาท

หลังจากนั้นจึงนำ 1,300,000 บาทไปคำนวณตามอัตราภาษีที่บริษัทมีสิทธิใช้

ตัวอย่างนี้ช่วยให้เห็นว่าจุดสำคัญไม่ได้อยู่แค่การคูณอัตราภาษี แต่คือการหาฐานกำไรทางภาษีให้ถูกต้องก่อน

วางแผนภาษีควรเริ่มก่อนสิ้นปี

การวางแผนภาษีไม่ได้หมายถึงการหลีกเลี่ยงภาษี แต่คือการตรวจรายได้ ค่าใช้จ่าย เอกสาร สิทธิประโยชน์ และโครงสร้างการดำเนินงานให้ถูกต้องตั้งแต่ระหว่างปี

หากรอจนปิดงบแล้วจึงตรวจ อาจพบว่าค่าใช้จ่ายไม่มีเอกสาร รายการบางอย่างบันทึกผิด หรือพลาดสิทธิที่ควรวางแผนก่อนเกิดรายการ ผู้ประกอบการที่ต้องการจัดระบบล่วงหน้าสามารถดู บริการวางแผนภาษี

ยื่นภาษีช้าหรือคำนวณผิดมีผลอย่างไร

การยื่นแบบเกินกำหนดหรือชำระภาษีไม่ครบอาจทำให้เกิดค่าปรับ เงินเพิ่ม หรือภาระจากการตรวจสอบภายหลัง รายละเอียดขึ้นอยู่กับลักษณะการผิดนัดและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

ดังนั้นหากพบว่ารายการยังไม่ครบ ไม่ควรรอจนวันสุดท้าย ควรตรวจบัญชี เอกสาร และภาษีล่วงหน้า โดยเฉพาะบริษัทที่มีรายการจำนวนมากหรือมีธุรกรรมหลายประเภท

ผู้ประกอบการที่ต้องการดูภาพรวมเรื่องค่าปรับและเงินเพิ่มสามารถอ่าน เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาษีย้อนหลัง

ระบบบัญชีที่ดีช่วยให้คำนวณภาษีง่ายขึ้น

ถ้ารายรับ รายจ่าย ลูกหนี้ เจ้าหนี้ ภาษีซื้อ ภาษีขาย และเอกสารถูกจัดเป็นระบบตั้งแต่รายเดือน งานคำนวณภาษีครึ่งปีและปลายปีจะลดความซับซ้อนลงมาก

ธุรกิจที่กำลังโตและมีรายการจำนวนมากสามารถดู บริการวางระบบบัญชี เพื่อเชื่อมงานบัญชีเข้ากับข้อมูลที่ใช้คำนวณภาษี

สำนักงานบัญชี พีทูพี ดูแลภาษีเงินได้นิติบุคคล

คำถามที่พบบ่อย

ภาษีเงินได้นิติบุคคลคิดจากยอดขายหรือกำไร?

สำหรับบริษัททั่วไปที่เสียภาษีจากฐานกำไรสุทธิ จะใช้กำไรสุทธิทางภาษีเป็นฐาน ไม่ได้นำยอดขายทั้งหมดไปคูณอัตราภาษีโดยตรง

กำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษีเหมือนกันหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน เพราะรายได้และค่าใช้จ่ายบางรายการต้องปรับปรุงตามเงื่อนไขของประมวลรัษฎากรก่อนคำนวณภาษี

ภ.ง.ด.51 ต้องยื่นเมื่อไร?

โดยทั่วไปยื่นภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี

ภ.ง.ด.50 ต้องยื่นเมื่อไร?

ต้องยื่นภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี และต้องยื่นตามหน้าที่แม้ไม่มีรายได้

บริษัทขาดทุนต้องเสียภาษีหรือไม่?

ต้องตรวจจากกำไรสุทธิทางภาษี ไม่ใช่ดูเพียงขาดทุนทางบัญชี หากปรับปรุงตามเงื่อนไขแล้วไม่มีฐานกำไรสุทธิ ก็อาจไม่มีภาษีจากกำไรสุทธิที่ต้องชำระ แต่ยังมีหน้าที่ยื่นแบบตามกฎหมาย

สรุป คำนวณภาษีนิติบุคคลให้ถูก ต้องเริ่มจากฐานภาษีที่ถูก

วิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลไม่ได้เริ่มจากการนำยอดขายไปคูณอัตราภาษี แต่ต้องเริ่มจากกำไรทางบัญชี ตรวจรายได้และค่าใช้จ่าย แล้วปรับปรุงให้เป็นกำไรสุทธิทางภาษีก่อน

หลังจากนั้นจึงพิจารณาอัตราภาษี เครดิตภาษี ภ.ง.ด.51 และภาษีที่ถูกหักไว้ เพื่อคำนวณยอดที่ต้องชำระจริงใน ภ.ง.ด.50 การทำบัญชีให้ครบตั้งแต่ระหว่างปีจึงช่วยลดความผิดพลาดตอนคำนวณภาษีได้มาก

ต้องการตรวจภาษีบริษัทก่อนยื่นแบบ?

สำนักงานบัญชี พีทูพีช่วยดูบัญชี รายได้ ค่าใช้จ่าย รายการปรับปรุง และภาษีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลก่อนยื่นแบบเป็นระบบและตรวจสอบได้

โทร 097-236-2994LINE: p2pacc

บทความที่น่าสนใจ